Home ข่าวการศึกษา ศธ. สพฐ. ชี้แจงรายละเอียดและประกาศรายชื่อโรงเรียนร่วมพัฒนา Partnership School

ศธ. สพฐ. ชี้แจงรายละเอียดและประกาศรายชื่อโรงเรียนร่วมพัฒนา Partnership School

10 second read
0
0
24

วันที่ 30 เมษายน 2561 นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานในการประกาศรายชื่อโรงเรียนร่วมพัฒนา หรือ Partnership School จำนวน 40 โรงเรียน พร้อมทั้งประชุมผู้อำนวยการโรงเรียนและชี้แจงรายละเอียดการเข้าร่วมโครงการนวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในรูปแบบโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) โดยมี นายมีชัย วีระไวทยะ นายณรงค์ แผ้วพลสงค์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้อำนวยการโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ เข้าร่วมประชุมพร้อมกัน ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคารสพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ
.
สำหรับโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) จะเป็นโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งยังคงได้รับการสนับสนุนงบประมาณ การช่วยเหลือดูแลแก้ไขปัญหากฎระเบียบต่างๆ รวมทั้งการส่งเสริมในเรื่องของคุณภาพมาตรฐานการศึกษาจากกระทรวงฯ แต่จะมีการออกแบบและยกระดับพัฒนาโรงเรียนอย่างเข้มข้น มีการพัฒนาหลักสูตร พัฒนาครู และสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอน โดยการบริหารงานจะอยู่ภายใต้การดูแลของผู้มีส่วนร่วมในระดับท้องถิ่นเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน ผู้นำระดับท้องถิ่น ชุมชน ผู้ปกครอง และมหาวิทยาลัยในพื้นที่นั้นๆ ขณะที่การจัดการศึกษาและการบริหารจัดการนั้น ภาคเอกชนจะเป็นผู้สนับสนุนการจัดการศึกษาและร่วมกับภาคประชาสังคมในท้องถิ่นในการบริหารจัดการอีกด้วย
.
ทั้งนี้ มีการตั้งคณะกรรมการ ที่มีรมช.ศึกษาธิการ (ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร) เป็นที่ปรึกษา มีประธานคณะทำงานด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย พล.อ.วุฒินันท์ ลีลายุทธ เป็นประธานคณะทำงานด้านการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan), เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (นายบุญรักษ์ ยอดเพชร) เป็นประธานคณะทำงานด้านการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือ, นายมีชัย วีระไวทยะ เป็นประธานคณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ และ รศ.ดร.จีรเดช อู่สวัสดิ์ เป็นประธานคณะทำงานด้านการติดตามประเมินผลและวิจัย นอกจากนี้ ยังมีคณะทำงาน Task Force โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา Partnership School โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นประธาน เพื่อทำหน้าที่ปลดล็อกกฎระเบียบเกี่ยวกับการบริหารจัดการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล ตลอดจนหลักสูตรและงานด้านวิชาการ พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม และวางระบบการบริหารการเปลี่ยนแปลงด้วย
.
นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ กพฐ. เปิดเผยว่า สำหรับในระยะแรก ได้เริ่มดำเนินการคัดเลือกโรงเรียนที่เข้าร่วมในโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา จำนวน 40 โรงเรียน เริ่มตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 หลังจากนั้นจะเปิดโอกาสให้โรงเรียนยื่นใบสมัครได้ รวมถึงมาจากการเสนอโดยกระทรวงศึกษาธิการ และผู้ให้การสนับสนุน อย่างเช่นผู้ให้การสนับสนุนโรงเรียนประชารัฐ และผู้สนับสนุนอื่นๆ โดยพื้นที่เป้าหมายของโรงเรียนร่วมพัฒนาจะกระจายในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ตามความเหมาะสม ส่วนระดับการจัดการศึกษาของโรงเรียนต้นแบบก็จะมีโรงเรียนอนุบาล (ปฐมวัย) โรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัด สพฐ. รวมถึงสถานศึกษาอาชีวศึกษาในสังกัด สอศ. และโรงเรียนหรือสถานศึกษาอื่นในกรณีที่เห็นสมควร ที่มีจำนวนผู้เรียนไม่เกิน 300 คน สำหรับโรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนประถมศึกษา และจำนวนผู้เรียนไม่เกิน 500 คน สำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษาและสถานศึกษาอาชีวศึกษา
.
ในส่วนของโรงเรียนนั้น ผู้บริหารโรงเรียนจะต้องมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาโรงเรียน มีความเป็นผู้นำ ครูและนักเรียนมีส่วนร่วมในการพัฒนา นักเรียนพร้อมที่จะเป็นคนดี ขณะที่ในส่วนของชุมชน ผู้นำชุมชนจะต้องให้ความสำคัญกับการศึกษา มีความสัมพันธ์หรือการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนด้วย
.
ทางด้าน นายมีชัย วีระไวทยะ ประธานคณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ ได้กล่าวว่า เกณฑ์ในการคัดเลือกคือผู้อำนวยการจะต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง มีความต้องการอยากจะเปลี่ยนแปลง ต้องรับรู้รับทราบรายละเอียดของโครงการ โดยสามารถแจ้งความประสงค์มาทาง สพฐ. ทางบริษัทผู้สนับสนุน หรือทางคณะกรรมการได้ เมื่อโรงเรียนพร้อม ชุมชนพร้อม ก็สามารถสมัครร่วมโครงการได้ ซึ่งโรงเรียนจะต้องไม่อยู่โดดเดี่ยว ชุมชนจะต้องเข้ามาช่วยเหลือ เพราะโรงเรียนจะเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของทุกคนในชุมชน และเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา ซึ่งเจ้าของคือคนไทยทุกคนทั้งหมด ไม่ใช่กระทรวงศึกษาธิการหรือรัฐบาลไทย ไม่ใช่บริษัท และโรงเรียนนี้จะทำให้ผู้ปกครองหายจน เป็นแหล่งกู้ชาติสำหรับอนาคต โดยทุกคนต้องเข้ามามีส่วนร่วมกับชุมชนด้วย เราจะช่วยให้ผู้ปกครองที่ยากจนหายจากความยากจน โดยจะมีกองทุนให้นักเรียนกู้เงินเพื่อทำธุรกิจ โดยนักเรียนต้องผ่านการอบรมก่อนและให้ผู้ปกครองเป็นผู้กู้ นอกจากนั้นโครงการนี้จะช่วยให้ครูเก่งขึ้น โดยมีงบประมาณช่วยในการฝึกอบรมดูงาน และเราจะให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการสอน ไม่ใช่ร่วมเรียนอย่างเดียว นักเรียนจะเป็นศูนย์กลางร่วมในการเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอน และมีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนด้วย เราต้องสอนทักษะชีวิตและทักษะอาชีพให้กับเด็ก ไม่ใช่แค่สอนให้อ่านออกเขียนได้ โดยค่าตอบแทนที่ทุกโรงเรียนต้องทำก็คือ การปลูกต้นไม้โรงเรียนละ 5,000 ต้น จะไม่มีการเก็บค่าเล่าเรียนใดๆทั้งสิ้น ซึ่งในช่วงแรกนี้อาจจะยังไม่สามารถช่วยได้ทุกโรงเรียนทั้งหมด ขอให้โรงเรียนรอก่อน เราจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ที่มา : ประชาสัมพันธ์สพฐ.

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวการศึกษา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

การคัดเลือกรองผู้อำนวยการสถานศึกษา

Share this...FacebookGoogle+Twitterนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ … …